สาวใหญ่ถูกญาติหลอก หมดตัว ขายบ้าน ขายที่ดินจนเกลี้ยง

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 13 กันยายน 2562 ที่ สภ.พล จ.ขอนแก่น นางอัจฉรา ปะจิคะ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 ม.9 ต.โจดหนองแก อ.พล จ.ขอนแก่น นำหลักฐาน พร้อมพยาน เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.ภูเบศ ศรีเบี้ย สว.(สอบสวน) สภ.พล ให้จับกุม นางสาวมล (นฤมล ทองดี)อายุ 31ปี ซึ่งหลอกเอาเงินไปทั้งหมด 2,500,000 บาท นางอัจฉรา ปะจิคะ อายุ 43 ปี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตัวเองมีอาชีพทำหม่ำขาย แต่เมื่อเดือนสิงหาคม 2561ได้เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลี ขากลับได้หิ้วอุปกรณ์ชาบูกลับมาด้วยและกลับมาทำหม่ำขายที่บ้านเช่นเดิม

“เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นางสาวมล ซึ่งเป็นญาติพี่น้องกัน เคยมีสามีอยู่ที่เมืองพัทยา ก็กลับไปที่บ้าน พร้อมกับบอกว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่รู้จักกับอดีตสามีชื่อว่านายแจ้ (ภากร เรืองรัตนากร)เป็นผู้มีอิทธิพลในเมืองพัทยาและชลบุรี จะมาจับกุมในข้อหานำเข้าสินค้าไม่เสียภาษีศุลกากร ตำรวจมีภาพจากกล้อวงจรปิดที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นหลักฐาน ถ้าไม่อยากถูกจับ ก็ต้องจ่ายเงินปิดคดี โดยอดีตสามีจะเคลียร์คดีให้

“มลมาหาพี่ที่บ้านหลายครั้งและบอกว่า ตำรวจลงพื้นที่จะมาจับกุมตัวที่บ้าน จากสาเหตุที่ไปเกาหลีแล้วซื้อของกลับมาโยไม่เสียภาษี เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ต้องถูกจับ ถ้าไม่อยากถูกจับให้จ่ายเงิน เพื่อเคลียร์คดีและปิดคดีให้ จึงจ่ายเงินให้นางสาวมล รวมเป็นเงินทั้งหมด 2,500,000 บาท ซึ่งก็เข้าใจว่าปิดคดีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทุกครั้งที่จ่ายเงินมีพยานเห็นทุกครั้ง แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมานางสาวมลมาหาที่บ้านและบอกว่า ตำรวจไม่ยอมจบคดี เพราะต้องมีเงินนอนบัญชี 200,000 บาท ทั้งยังบอกว่า น้องสาวกับน้องเขยก็เคลียร์คดีจบแล้ว เพราะจ่ายคนละ 6,500,000 บาท

หากเราอยากจบคดีก็จ่ายเหมือนกัน ที่สำคัญต้องมีเงินเข้าบัญชีภายในวันสองวันนี้ แต่พี่ไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว เพราะที่มีก็ให้นางสาวมลไปจ่ายตำรวจหมดแล้ว จึงหาทางออกไม่ได้ และกลัวถูกตำรวจจับ ไม่รู้จะหาเงินที่ไหน จึงออกไปหาน้องสาวกับน้องเขย ซึ่งเมื่อเจอน้องๆ ก็ขอยืมเงินและเล่าเรื่องที่ต้องใช้เงินให้น้องๆฟัง จึงได้รู้ว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นถูกนางสาวมลหลอก เพราะน้องสาวและน้องเขยไม่เคยจ่ายเงินให้ตำรวจและไม่เคยมีคดีติดตัวที่ต้องจ่ายเงิน เมื่อรู้ว่าถูกหลอก จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความให้ตำรวจติดตามจับกุมนางสาวมล รวมถึงผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย”

นางอัจฉรา ปะจิคะ อายุ 43 ปี กล่าวอีกว่า สาเหตุที่เข้าแจ้งความจับ นางสาวมล ส่วนหนึ่งมาจากความเสียหายที่เกิดขึ้นในครอบครัว ญาติพี่น้องต้องเอาบ้าน เอารถยนต์ ที่ดิน ไปขายไปจำนำ เอาเงินมาให้ จนหมดเนื้อหมดตัว ธุรกิจร้านขายหม่ำ ขายชาบู ก็เดินหน้าไปไม่ได้ เพราะไม่มีเงินมาลงทุนแล้ว และต้องการให้ตำรวจจับตัวได้โดยเร็ว ไม่อยากให้นางสาวมลไปหลอกลวงต้มตุ๋นใครได้อีกและฝากเตือนทุกๆคนที่รู้จักกับนางสาวมลว่า อย่าหลงเชื่อคำพูดเด็ดขาด เพราะอาจจะหมดตัวเหมือนครอบครัวตัวเองได้

ภาพข่าวโดย นัสฐริกา คำซาว ทีมข่าวสยามนิวส์ จังหวัดขอนแก่น

ทีมา:siamnews.com

Facebook Comments