ญาติ 7 ทรชน รุมด่าเด็ก 12 เนรคุณ หลังถูกจับ

Loading…


จากกรณีญาติผู้ชาย 7 คน รุมโทรมเด็กหญิงวัย 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ใน จ.สุพรรณบุรี มานาน 2 ปี โดยผู้ก่อเหตุมีทั้ง ลุง น้า อา พี่ น้อง เด็กสุดอายุ 10 ขวบ ไปจนถึงอายุ 52 ปี เรื่องแดงหลังมดลูกอักเสบไปรักษาที่โรงพยายาบาล ซึ่งขณะนี้ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้แล้ว แต่ยังคงให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าเอาผิดได้แน่นอน เพราะมีหลักฐานแน่นหนา

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก เลี้ยงลูกตามใจหมอ เปิดเผยว่า หลังจากผู้ต้องหาถูกจับ มีรายงานว่า เด็กหญิงผู้เสียหาย ถูกญาติรุมด่าว่า “เนรคุณ” และถูกข่มขู่ พร้อมชี้ให้เห็นว่า ความกตัญญูมีไว้ให้คนที่คู่ควรเท่านั้น


โดยระบุว่า “ลูกต้องทดแทนคุณพ่อแม่ ลูกต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ นี่คงเป็นค่านิยมที่สังคมไทยปลูกฝังมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สำหรับพ่อหมอเห็นด้วยส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด กตัญญูรู้คุณเป็นเรื่องที่ดีนะ มีคนทำดีให้เรา เราก็รู้สึกว่ามีค่าควรตอบแทน ครู อาจารย์ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย หรือใครก็ตามที่มีส่วนสร้างเรามา ให้เป็นผู้ใหญ่ที่เลี้ยงตัวเองได้ถึงทุกวันนี้ กตัญญูไปเถิด คนกตัญญูรู้คุณมักได้ดี อันนี้เห็นด้วยครับ เพราะคนเหล่านี้รับรู้ถึงความดีของคนอื่นที่อยู่รอบตัว และเอาตัวเองสะท้อนความดีนั้นกลับไปให้ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้คนอื่นเป็นเรื่องดี

แต่ความกตัญญูนั้น ควรเกิดขึ้นจากความรู้สึกที่อยากตอบแทนคุณ ไม่ใช่ “ข้อบังคับ” และการเอาความมีบุญคุณต่อกันมาค้ำคอ จนบางครั้งบุญคุณนั้นทำลายลูกได้เช่นกัน ดังนั้น ความคิดที่ว่าพ่อแม่ที่คลอดลูกมาแล้ว ไม่เคยดูดำดูดี เอาไปให้คนอื่นเลี้ยง พอได้ดีก็กลับมาทวงบุญคุณ ต้องตอบแทนที่ทำให้เอ็งเกิดขึ้นมาบนโลกนี้… ถามจริง ๆ ลูกคนไหนเคยเอ่ยปากขอให้มาเกิดบนโลกใบนี้ไม่ทราบ พวกเราทำให้เขามาเกิดโดยที่ไม่ได้ถามความสมัครใจเขาทั้งนั้น

Loading…


หรือเลวร้ายที่สุดคือ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย กระทำพฤติกรรมระยำตำบอนกับลูกหลาน ทั้งทางร่างกาย ซ้อม ทุบตี หรือกระทั่งล่วงละเมิดทางเพศ หรือทำร้ายทางจิตใจ ด้วยการด่าทอ กดต่ำ พูดจาแย่ ๆ ใส่กันตั้งแต่เล็กจนโต จนหลายคนกลายเป็นโรคซึมเศร้าไปเลย

ถามจริง ๆ ว่าเราจำเป็นต้องตอบแทนบุญคุณของคนเหล่านี้จริงหรือ ตอบแทนอะไร และตอบแทนทำไม ? หรือจะเลือกตอบแทนด้วยอะไรดีมากกว่า พระพุทธเจ้าก็เคยสอนไว้ว่า “ปูชา จะ ปูชะนียา นัง” บูชาผู้ที่ควรบูชา คำสอนนี้คงเหมาะสมที่สุด

การจะให้ลูกมาตอบแทนบุญคุณ หรือมีกตัญญูกตเวทิตา ก็ควรย้อนกลับมาถามตัวเองสักนิดก่อนว่า เราคู่ควรกับความกตัญญูนั้นแค่ไหน หากเราเลี้ยงเขาด้วยความรักแบบไม่มีเงื่อนไข เลี้ยงดูให้เติบโต ให้บ้านที่เป็นบ้าน ให้โอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ มีบ้านเป็นที่ปลอดภัยทั้งกายและใจ เป็นที่พักยามมีเรื่องทุกข์ เป็นที่สุขและที่ที่แบ่งปันเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน ซึ่งบางครอบครัวมีลูกด้วยตนเองไม่ได้ ต้องรับลูกบุญธรรมมาเลี้ยงและเลี้ยงประหนึ่งลูกแท้ ๆ อย่างดีที่สุด เมื่อนั้นความกตัญญูมันจะกลับมาหาเราเองโดยที่ไม่ต้องร้องขอด้วยซ้ำ

เพราะความผูกพันไม่ได้เกิดขึ้นที่ดีเอ็นเอ มันเกิดขึ้นจากการใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน ในวันที่ดี ในวันที่ร้าย ในวันที่ทุกข์ ในวันที่สุข ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ ไปด้วยกัน เติบโตไปด้วยกันในฐานะของครอบครัว พ่อแม่ที่ไม่เลี้ยงไม่แยแส มีแต่เรื่องร้าย ๆ ใส่กัน มันก็ไม่ต่างอะไรกับคนแปลกหน้าที่อยู่ในชายคาเดียวกัน


ในฐานะเป็นพ่อคนหนึ่ง ไม่เคยคาดหวังจะให้ลูกมาตอบแทนคุณอะไรขนาดนั้น อยากทำก็ทำ ขออย่างเดียวว่า “ช่วยมีชีวิตที่ดีและอยู่ได้ให้พ่อเห็นเถอะ” นี่ถือเป็นของขวัญชิ้นเดียวที่ลูกจะให้พ่อได้โดยที่ไม่ต้องมาตอบแทนอะไรกัน มานั่งคิด ๆ ว่าตอนเราแก่ ๆ ได้เห็นลูกมีงานมีการทำ จะมีครอบครัวหรือไม่มีก็แล้วแต่ ขอแค่ลูกมีความสุข เราก็พอแล้ว แถมอีก 2 เรื่องคือ ขออย่าติดการพนันและยาเสพติด เราคงทุกข์ใจน่าดูถ้าต้องเห็นลูกต้องใช้ชีวิตที่แหลกเหลว

นี่จึงเป็นเหตุที่เราในฐานะพ่อแม่ จะพยายามเลี้ยงลูกอย่างเต็มความสามารถด้วยความรักและทุกอย่างที่เรามี เพื่อสอนเขาให้เป็นคนที่ช่วยเหลือตัวเองได้ ใฝ่รู้ เป็นคนที่น่ารัก และมีทักษะพื้นฐานพอที่จะทำให้เขาเติบโตไปมีชีวิตที่ดีในแบบของเขา โดยไม่ต้องเอาเราเข้าไปเป็นปัจจัยในการดำเนินชีวิตมากขนาดนั้น ขอไม่สร้างภาระเพิ่มให้เราตอนแก่ก็พอ”

พร้อมปิดท้ายแบบขำ ๆ ว่า “เพราะพ่อไม่อยากเสียเงินประกันตัวและใช้หนี้นะ จะเอาไปเที่ยวตอนเกษียณ 555” โพสต์นี้แหวกม่านประเพณีมาก แต่ความเคารพและความกตัญญูควรมีไว้ให้คนที่คู่ควรจริง ๆ

ทีมา dailyliveexpress.com

Facebook Comments